รีวิวคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย
รีวิวคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย
สรุปสั้นๆ สำหรับคนขี้เกียจอ่านยาว
| ผู้ให้สัมภาษณ์ | นักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 3, สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย |
| การศึกษา | คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย (หลักสูตร 4 ปี) |
| การสอบเข้า | TCAS รอบ 3 (Admission) |
| ค่าใช้จ่าย | ต่ำกว่า 5,000 บาท/เดือน (ค่าเทอมฟรี ได้ทุน + เบี้ยเลี้ยง 2,000 บาท/เดือน) |
| ที่พัก | หอในฟรี (จ่ายแค่ค่าไฟ ไม่เกินเดือนละ 100 บาท) |
| ทำเล | ใจกลางกรุงเทพฯ ข้างสวนลุมพินี |
| ทุนแลกเปลี่ยน | มี! (ญี่ปุ่น จีน ยุโรป สวีเดน เยอรมัน ฯลฯ) |
เหมาะกับ: คนอยากเรียนพยาบาลแบบประหยัด ได้ทุนเต็ม อยู่ใจกลาง กทม. / คนอยากมีโอกาสไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ / คนมีเป้าหมายอยากทำงานที่โรงพยาบาลชั้นนำ
ไม่เหมาะกับ: คนที่ไม่อยากผูกมัดกับสัญญาใช้ทุน 4 ปีหลังเรียนจบ / คนที่ต้องการอิสระเต็มที่ (มีกฎห้ามออกหอหลัง 3 ทุ่มวันธรรมดา)
จุดเริ่มต้นของการเป็นนักศึกษาพยาบาล
สวัสดีครับ ตอนนี้ผมกำลังเรียนอยู่คณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ที่สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ช่วงนี้ก็ใกล้จะปิดเทอมสองแล้วครับ จะได้หยุดยาวๆ สามเดือนเลย 🤗 เดี๋ยววันนี้ก็จะมาเล่าประสบการณ์การเรียนพยาบาลให้น้องๆ ฟังครับ
ทำไมถึงเลือกเรียนพยาบาลที่นี่?
ตอนนั้นที่เลือกเรียนเพราะว่าเราอยากเลือกอะไรก็โดยเรียงลำดับจากที่ที่ประหยัดเงินมากที่สุดแต่อยู่ในเมือง ก็เลยไปเสิร์ชดูว่ามันมีที่ไหนบ้าง แล้วอยู่ๆ มันก็อ้าว ขึ้นที่นี่มาให้ ก็เลยลองหาๆ ข้อมูลดู
แล้วก็ได้รู้ว่า...
- อยู่ใจกลางเมืองเลยนะ อยู่ข้างๆ สวนลุม เลย
- ได้เรียนฟรี มีเงินรายเดือนให้อีก
- เปิดทำการสอนมาแล้วร้อยกว่าปี ก็คิดว่าน่าจะมีความน่าเชื่อถือและคอนเนคชั่นเยอะอยู่
- ถ้าเรียนจบก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้ทำงานที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
คิดว่าถ้าได้ทำงานที่โรงพยาบาลอันดับต้นๆ ของประเทศเราก็น่าจะได้สกิลดีๆ ติดตัวเยอะ เราก็เลยเลือกที่นี่เป็นอันดับแรก จาก 10 อันดับที่สามารถเลือกได้ของ TCAS รอบ 3 แล้วตอนประกาศผลก็ได้จริงๆ
เกี่ยวกับการเรียน
เข้ามาด้วยรอบไหน?
เข้ามาด้วย TCAS รอบ 3 (Admission) ครับ
การเรียนในแต่ละชั้นปี
ปี 1 — วิชาพื้นฐาน ชิลๆ
เรียนวิชาพื้นฐานทั่วๆ ไปแล้วก็วิชาเลือกเสรีที่มันชิลๆ ไม่หนักมาก ถ้าจำไม่ผิดเทอมแรกก็น่าจะเรียนทฤษฎีทั้งเทอมเลย แต่ว่าตั้งแต่เทอมสองเป็นต้นไปจะได้เรียนทฤษฎีครึ่งเทอม อีกครึ่งเทอมก็จะเน้นภาคปฏิบัติ
ปี 2 — เริ่มเข้าเนื้อหาพยาบาล
ปี 2 ก็จะเริ่มได้เรียนพวกวิชาที่เกี่ยวกับพยาบาลมากขึ้น ประมาณ 80% ส่วนอีก 20% ก็จะยังเป็นพวกวิชาอื่นๆ ทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เกี่ยวกับวิชาชีพพยาบาล แต่ภาคปฏิบัติก็จะเริ่มเยอะกว่าตอนปี 1 เทอม 2 ขึ้นมาหน่อย
ปี 3 — หนักปฏิบัติเต็มตัว
ปี 3 ก็จะเน้นหนักวิชาภาคปฏิบัติเลย อาจจะได้เรียนทฤษฎีวันจันทร์วันเดียว หรือวันจันทร์กับวันอังคาร แล้ววันที่เหลือจนถึงวันศุกร์ก็เป็นภาคปฏิบัติทั้งหมดเลย
โอกาสเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ
นอกจากนี้ทางสถาบันยังมีการเรียนแลกเปลี่ยนด้วยนะ อย่างผมก็เคยได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ ญี่ปุ่น กับที่ ประเทศจีน มาด้วย แต่ถ้าเราไปเรียนแลกเปลี่ยนปีนึง เราก็จะเรียนจบช้ากว่าเพื่อนๆ ไปปีนึงเหมือนกัน แต่ก็คุ้มเพราะค่าใช้จ่ายหลักๆ ก็ฟรี เพราะทางสถาบันเป็นคนออกค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ให้
ค่าใช้จ่าย
- ค่าเทอม: ฟรี! นักศึกษาส่วนใหญ่ที่เรียนที่นี่ได้เรียนฟรี สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสถาบันมีให้ค่อนข้างครบ
- ที่พัก: พักอาศัยอยู่หอในฟรี จ่ายแค่ค่าไฟซึ่งถูกมากๆ ไม่เกินเดือนละร้อยบาท แต่ถ้าใครอยากพักอยู่หอนอกก็ทำเรื่องขออนุญาตได้ แต่หอนอกใกล้ๆ แถวนั้นแพงม๊ากก ไม่แนะนำ 😂
- ค่าแรกเข้า: ประมาณ 7,000 บาท ตอนเราเข้ามาเรียนใหม่ๆ
- ชุดฝึกนักศึกษาพยาบาล: ส่วนนี้เราจะต้องออกค่าใช้จ่ายตัดซื้อชุดเอง ค่าชุดพละ ชุดนักศึกษา ประมาณนี้
- เบี้ยเลี้ยง: ได้เงินเดือนจากสถาบันประมาณเดือนละ 2,000 บาท นอกจากนี้ก็มีทุนต่างๆ อย่างอื่นอีกเพียบสามารถขอได้ จำนวนมากน้อยก็ตามแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่ที่ขอก็ได้เกือบทุกคน
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว: อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าใช้ฟุ่มเฟือยแค่ไหน
เกี่ยวกับการใช้ชีวิต
😍 ตั้งแต่เรียนมาจนถึงตอนนี้ มีอะไรที่ชอบและประทับใจไหม?
อย่างแรกเลยก็คือ ที่นี่ให้ทุนเยอะมาก คือนอกจากทุนที่ได้รับทุกคนที่เข้ามาเรียนแล้ว ยังมีทุนอื่นๆ อีกที่เราขอได้ แล้วก็มีทุนแลกเปลี่ยนเยอะมาก — จีน ญี่ปุ่น ยุโรป สวีเดน เยอรมัน อีกเยอะมากๆ มันเปิดโอกาสมากๆ ถ้าเราอยากท่องโลกกว้างหรือไปต่างประเทศ
แล้วก็สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ:
- ห้างรอบมอเพียบ
- ฟิตเนส ยิม สนามกีฬาของสถาบันที่ใช้ได้ฟรี
- ตู้กดน้ำ
- ห้องเรียนติดแอร์ ห้องฝึกปฏิบัติก็ครบครัน
- อาจารย์ก็ใจดี
😬 แล้วตั้งแต่ได้มาเรียนที่นี่ มีอะไรที่ไม่ชอบบ้าง?
ถ้าเป็นสิ่งที่อาจจะขัดใจนิดนึงก็คือ มีกฎห้ามออกหอหลังสามทุ่ม แต่ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็ออกได้อยู่แล้ว
ข้อควรรู้เรื่องทุนและสัญญาใช้ทุน
เรื่องนี้สำคัญมากอยากให้น้องๆ อ่านดีๆ นะครับ
- ทุกคนที่เข้ามาเรียนคือ ได้ทุนทุกคน
- ถ้าอยากลาออกหรือเรียนไม่ไหว → ต้องจ่ายชดเชยค่าทุนที่ได้ไปด้วย (ประมาณ 120,000 บาท/ปี ที่เรียน ปีสูงๆ ก็จ่ายเยอะตามจำนวนปีที่เรียนไป)
- เรียนจบแล้ว → ทำงานใช้ทุนในโรงพยาบาลในเครือสภากาชาดไทย ครบ 4 ปี ก็สามารถลาออกได้โดยไม่ต้องจ่ายชดเชยเลย
- ถ้าจบแล้วทำงานไม่ครบแล้วอยากลาออก → ต้องจ่ายเงินค่าทุนคืน คูณสอง ประมาณ 800,000 - 900,000 บาท 😱
ที่สำคัญ คนชอบเข้าใจผิดว่า "ทำงานใช้ทุน" คือโดนหักเงินจากเงินเดือนเพื่อเอาไปใช้ทุน แต่จริงๆ คือ ไม่ใช่! เราได้เงินเดือนเต็มจำนวนเลย เพียงแค่ต้องทำงานเฉพาะในโรงพยาบาลที่สถาบันกำหนดให้ครบสี่ปีแค่นั้นเอง
ถ้าเรียนจบแล้ว ไปทำงานอะไรต่อได้บ้าง?
ก็เป็น พยาบาล หรือเทรนด์ที่มาแรงช่วงนี้เลยก็คือไปเป็นพยาบาลที่อเมริกา จะได้เงินเยอะกว่ามากๆ
เงินเดือนโดยประมาณ:
| ประสบการณ์ | เงินเดือน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เรียนจบใหม่ๆ | ~18,000 - 23,000 บาท | แล้วแต่เข้าเวรเยอะน้อย + ที่พักโรงพยาบาลฟรี |
| ทำงาน 4-5 ปี | ~40,000 - 50,000 บาท | แต่ก็เข้าเวรเยอะหน่อยสำหรับคนที่ได้เยอะๆ แบบนั้น |
ความคิดเห็นส่วนตัว
ถ้าเป็นคนที่กลัวเลือด จะเรียนได้ไหม?
ได้แน่นอน! เพื่อนๆ ผมมีเยอะมากที่เข้ามาแบบกลัวเลือด พอเรียนไปเจอเลือดไปสักพัก ก็หายกลัวชิลๆ ไปเลย ก็เคยถามว่าทำไมจู่ๆ ถึงไม่กลัวเลือดแล้วหรอ เขาก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกันแต่มันไม่กลัวแล้ว 😂 เป็นแบบนี้หลายคนมาก
ถ้าย้อนเวลากลับไปตอน ม.6 ได้ จะยังคงตัดสินใจเลือกเรียนแบบเดิมไหม?
ก็ยังอยากเข้ามาเรียนแบบเดิมนะ เพราะเราอยากไปทำงานต่างประเทศ แล้วการเป็นพยาบาลต่างประเทศมันได้เงินดี แล้วมันก็มีช่องทางที่ไปได้ง่ายมากๆ แล้วก็ที่นี่มีทุน มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบขนาดนี้ คือมันดีอ่ะ ยังไงก็เลือกแบบเดิมแน่นอน
คำแนะนำสำหรับน้องๆ มัธยม
อยากให้น้องๆ ไปดูงานพวก Open House หรือว่างานแนะแนวของสถาบันที่มันให้เรามีโอกาสได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงๆ เจอพี่ๆ ที่เขาเรียนอยู่ในคณะ สาขานั้นจริงๆ เพราะว่ามันให้ความรู้สึกที่ต่างจากการแค่ฟังหรืออ่านรีวิวเฉยๆ แล้วก็ถ้ามีคำถามอะไรที่เราอยากรู้ เราก็สามารถถามพี่ๆ ที่อยู่ในงานได้เลย มันไม่เหมือนการหาข้อมูลเฉยๆ ที่พอเรามีคำถามหรือข้อสงสัยแล้วเราไม่ได้คำตอบอะไร งี้อ่าครับ 😊