จากพนักงานในโรงแรมที่ไทยสู่การเป็น Au Pair ที่ต่างประเทศ
💻 จากพนักงานในโรงแรมที่ไทยสู่การเป็น Au Pair ที่ต่างประเทศ
⚡ สรุปสั้นๆ สำหรับคนขี้เกียจอ่านยาว
| 👤 ผู้ให้สัมภาษณ์ | Au Pair (พี่เลี้ยงเด็ก), ประสบการณ์ 2 ปี, ประเทศฝรั่งเศสและสวิสเซอร์แลนด์ |
| 🎓 การศึกษา | สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (มรพส.) |
| 💰 เงินเดือน | เริ่มต้น ~1x,xxx → 2x,xxx บาท (อาจจะดูเหมือนได้น้อยแต่ว่าจำนวนที่ได้มานี้ถือว่าเป็นเงินเก็บเกือบทั้งหมดเลย เพราะค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ แทบไม่ต้องเสีย) |
เหมาะกับ: คนที่มีทักษะภาษาอังกฤษ มีความอดทนสูงมาก แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี รักเด็ก มีความรับผิดชอบสูง ใจเย็น และสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดี
ไม่เหมาะกับ: คนที่ขาดความอดทน ไม่ชอบเด็ก ขี้เหงา ไม่สามารถปรับตัวกับวัฒนธรรมใหม่ๆ หรือสภาพอากาศที่ต่างจากไทยได้ ไม่ชอบความไม่แน่นอน ขาดทักษะการสื่อสาร
จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่ Au Pair
สวัสดีค่ะ ตอนนี้ทำงานเป็น Au Pair อยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ค่ะ จุดเริ่มต้นเลยคือ เรารู้ตัวตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากไปทำงานที่ต่างประเทศ เพราะชอบการท่องเที่ยวและคิดว่าถ้าได้ไปทำงานต่างประเทศในวัยที่ยังทำงานได้ จะเก็บเงินเยอะๆ กลับมาใช้ชีวิตที่ไทยตอนแก่ก็น่าจะสบายกว่าทำงานที่ไทยตั้งแต่แรก
พอรู้ตัวว่าอยากไปต่างประเทศ ก็เลยเลือกเรียนคณะ สาขา ที่เกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับเส้นทางนี้ค่ะ หลังจากเรียนจบก็ทำงานเป็นพนักงานโรงแรมก่อนประมาณปีนึง แล้วก็เริ่มหาข้อมูลการไปต่างประเทศ จนไปเจออาชีพ Au Pair ก็เลยเก็บเงิน หาข้อมูลเพิ่มเติม หา Host จากเว็บไซต์และ Facebook Group แล้วสัมภาษณ์คุยกับ Host ที่จะจ้างเรา
พอตกลงกันเรียบร้อยก็จัดการเอกสารต่างๆ ลาออกจากงานโรงแรม แล้วบินมาทำงานเลยค่ะ ที่แรกที่ไปทำงานนี้คือประเทศฝรั่งเศส จากนั้นก็ย้ายไปทำที่สวิสเวอร์แลนด์และอยู่ยาวมาจนถึงตอนนี้เลยค่ะ แต่ขอกระซิบบอกไว้ก่อน มันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด มีปัญหาและอุปสรรคตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงต่างประเทศจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ แต่มันก็ทำให้ฉันสตรองขึ้นมากๆๆๆๆๆ เช่นกัน
เหตุผลที่เลือก Au Pair และสิ่งที่ได้จากงานนี้
เหตุผลที่เลือกอาชีพนี้คืออยากไปทำงานต่างประเทศค่ะ ไม่ได้จำกัดว่าจะไปทำงานอะไร ขอแค่เป็นงานสุจริตที่ได้ทำต่างประเทศก็พอแล้ว ตอนแรกตั้งใจจะไปแบบ Work and Holiday แต่แบบนั้นต้องใช้เงินค่อนข้างเยอะ ประมาณแสนกว่าๆ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีเงินทุนมากขนาดนั้น ก็เลยเลือกมาเป็น Au Pair เพราะใช้เงินทุนน้อยกว่า แค่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า และเอกสารอื่นๆ รวมๆ แล้วไม่เยอะเท่า Work and Holiday
สิ่งที่ยังทำให้อยากทำงานนี้อยู่ คือการได้ทำงานต่างประเทศเป็นความฝันของฉันเลยค่ะ แล้วก็เป็นคนที่ชอบเที่ยว งาน Au Pair ทำให้ได้เที่ยวไปด้วย สถานที่ท่องเที่ยวในยุโรปสวยมากๆ เหมือนในรูปอินเทอร์เน็ตเลย ก็เลยรู้สึกยังอยากทำงานนี้อยู่ค่ะ
การศึกษาและทักษะที่จำเป็น
เรียนจบจากที่ไหนมา?
เรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษค่ะ
จำเป็นต้องเรียนจบตรงสายไหม?
ไม่จำเป็นค่ะ หลักๆ ทักษะที่ต้องใช้จริงๆ คือภาษาอังกฤษ และภาษาที่สามของประเทศที่เราจะไปทำงานค่ะ อีกอย่างคือความอดทน ต้องใช้ความอดทนสูงมากๆ ถ้ามีสองอย่างนี้มาทำงาน Au Pair ได้สบายๆ เลยค่ะ
ถ้าน้องๆ อยากทำงานนี้ควรเรียนคณะ สาขาอะไร?
คณะหรือสาขาอะไรก็ได้ที่ทำให้เราได้ภาษาคล่องๆ ได้หมดเลย หรือจะไปลงคอร์สเรียนภาษาข้างนอกเองก็ยังได้ค่ะ
ความรู้ที่ได้เรียนมากับความรู้ที่ต้องใช้ในการทำงานจริงคิดว่าต่างกันมากแค่ไหน?
ก็ต่างอยู่นะคะ เพราะตอนเรียนส่วนใหญ่จะได้เรียนแต่ทฤษฎีเยอะ แต่พอต้องใช้จริงๆ ตอนมาทำงานที่นี่แอบรู้สึกว่ามันไม่ค่อยได้ช่วยเท่าไหร่ ถ้าตอนเรียนได้ฝึกพูดจริงๆ ได้ใช้จริงๆ ในชีวิตตอนเรียนคิดว่าจะมีประโยชน์กว่าเยอะค่ะ
ความรู้หรือทักษะที่ได้เรียนมาที่รู้สึกว่าได้เอามาใช้จริงในการทำงาน?
ภาษาอังกฤษค่ะ ถึงแม้ตอนเรียนอาจจะไม่ได้พูดจริงหรือใช้ในสถานการณ์จริงมากนัก แต่มันก็ช่วยเป็นใบเบิกทางตอนเริ่มต้นให้สามารถมาต่างประเทศได้ แล้วค่อยมาอัพความเก่งขึ้นอีกหลายเท่าตอนที่มาทำงานจริงๆ
ความรู้หรือทักษะอะไรไหมที่ไม่ได้เรียนในมหาลัย แต่พอมาทำงานจริงแล้วรู้สึกว่า 'รู้งี้เรียนมาก็ดี'?
สกิลงานช่างค่ะ พวกช่างทำผม ช่างทำเล็บ ช่างปะปา ช่างไฟ ช่างอะไรก็ได้ที่ใช้ทักษะแนวนี้ เพราะเพิ่งมารู้ตอนอยู่ต่างประเทศว่างานช่างพวกนี้รายได้เยอะมาก บางทีเยอะกว่าพนักงานออฟฟิศก็มี แล้วเรื่องภาษาก็ค่อยไปลงเรียนคอร์สข้างนอกเอาค่ะ
ประสบการณ์ชีวิต Au Pair
งานในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง?
การทำงานเป็น Au Pair แต่ละวันก็คือทำทุกอย่างเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กเลยค่ะ เด็กอายุประมาณสามขวบ ทำอาหารให้บ้าง สอนการบ้าน พาไปเดินเล่น หรือเล่นเป็นเพื่อนเด็ก และอื่นๆ อีกเยอะแยะที่เกี่ยวกับเด็ก แต่จริงๆ แล้วเราจะได้ทำอะไรบ้างก็ขึ้นอยู่กับ Host ที่จ้างเราค่ะ ว่าเขาอยากให้เราทำอะไรหรือช่วยเลี้ยงเด็กยังไงบ้าง แต่หลักๆ คือจะเป็นงานที่เกี่ยวกับการเลี้ยงหรือดูแลเด็ก ไม่ใช่งานแม่บ้านหรือคนสวนอะไรแบบนั้นนะคะ
สังคมและวัฒนธรรมในที่ทำงาน
Host แต่ละคนไม่เหมือนกันเลยค่ะ เปลี่ยน Host ทีนึงก็เปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานไปอีกแบบ เท่าที่ถามจากเพื่อนๆ ที่มาทำงานเป็น Au Pair เหมือนกันก็มีทั้งเจอ Host ที่ใจดีมากๆ ออกค่าตั๋วเครื่องบิน วีซ่า อะไรให้หมดเลย บางคนก็เจอ Host ใจดีกลางๆ ไม่แย่มาก พาไปกินข้าวบ่อยๆ ซื้อของให้บ่อยๆ แต่ของฉันเองค่อนข้างซวยหน่อย 😂 เพราะเจอ Host ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนเขามองว่าเราเป็นคนรับใช้หรือทาสอะไรทำนองนั้นค่ะ จำได้ว่าวันแรกที่ไปถึง นั่งเครื่องบิน 12 ชั่วโมง ลงปุ๊บก็ได้เริ่มทำงานเลย ยังไม่ทันได้พักเลย ห้องน้ำ ห้องครัวก็แยกใช้กับเจ้าของบ้านค่ะ รวมๆ แล้วก็รู้สึกแอบอึดอัดอยู่นะคะ 😂 แต่ถ้าเราไม่ชอบเราก็สามารถเปลี่ยน Host ได้นะคะ
นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องวัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่ค่อนข้างต่างกับประเทศไทย รู้สึกแปลกที่แปลกทาง พอหลังๆ มาก็เริ่มชิน ดีขึ้นนิดหน่อย และเรื่องสภาพอากาศที่หนาวมากๆ ไม่ค่อยมีแสงแดดด้วยค่ะ มันจะเศร้าๆ หมองๆ แบบบอกไม่ถูก ถ้ามาเจอสภาพอากาศที่นี่จะคิดถึงอากาศที่ประเทศไทยแน่นอนค่ะ 😂
เรื่องที่เหนื่อยที่สุดสำหรับงานนี้
เด็กค่ะ เด็กที่เราต้องมาเลี้ยงนี่แหละ เด็กที่นี่ไม่ค่อยเหมือนเด็กที่ประเทศไทย นิสัยจะค่อนข้างขี้เอาแต่ใจ เลี้ยงยากมากกกกกกก ชอบเขวี้ยงของใส่เราด้วยค่ะ เด็กบางคนก็ถึงขั้นเอาเล็บจิกหรือกัดเลยนะคะ บอกอะไรก็ไม่ค่อยฟัง ถือว่าต่างจากเด็กในประเทศไทยมากๆ เลยค่ะ
เงินเดือนคุ้มค่ากับความเหนื่อยไหม?
อันนี้แอบตอบยากนิดนึงค่ะ ถามว่าดีกว่าทำงานเป็นพนักงานโรงแรมที่ไทยมั้ย ก็ถือว่าเงินเยอะกว่า เพราะรายได้ที่เราได้สามารถเก็บแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยได้เลย ค่าที่พัก ค่าอาหารก็ไม่ต้องจ่าย เพราะ Host จะต้องจ่ายให้หรือกินกับ Host อยู่แล้ว ถ้าเราไม่เที่ยวเยอะก็มีเงินเก็บเยอะกว่าตอนอยู่ประเทศไทย แต่มันต้องแลกกับสุขภาพจิตตอนที่อยู่กับเด็กหรือ Host ที่เราเจอ ก็เลยไม่มั่นใจว่ามันคุ้มกันมั้ยนะคะ แต่ถ้าใครมาแล้วเจอ Host ดีๆ บอกได้เลยว่ายังไงก็คุ้มมากแน่นอน
คนแบบไหนที่เหมาะ/ไม่เหมาะกับงาน Au Pair
✅ เหมาะกับ
- คนที่รักเด็กจริงๆ
- คนที่มีความอดทนสูง
- คนที่มีทักษะภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ
- คนที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
- คนที่ปรับตัวกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ได้
- คนที่มีความรับผิดชอบและใจเย็น
❌ ไม่เหมาะกับ
- คนที่ขาดความอดทน
- คนที่ไม่ชอบเด็กหรือไม่สามารถรับมือกับเด็กได้
- คนที่ขี้เหงา ไม่สามารถอยู่ไกลบ้านได้
- คนที่ไม่สามารถปรับตัวกับสภาพอากาศหรือวัฒนธรรมใหม่ๆ ได้
- คนที่ขาดทักษะการสื่อสาร
- คนที่ไม่ชอบความไม่แน่นอนหรือการเปลี่ยนแปลง
ข้อความถึงน้องๆ ที่อยากเป็น Au Pair
อยากให้หาข้อมูลให้เยอะๆ ละเอียดๆ ตอนคุยกับ Host ที่จะจ้างเราต้องถามเยอะๆ ละเอียดๆ เลย แล้วถ้าเป็นไปได้ให้ดูเด็กที่เราจะได้ไปเลี้ยงด้วยว่าเป็นยังไง ฝึกสกิลการทำอาหารด้วยนะคะ เพราะต้องทำกินเองทุกมื้อ ถ้าไปกินที่ร้านจะแพงมาก อาจจะไม่เหลือเงินเก็บเลยนะเออ
ที่สำคัญเตรียมเผื่อใจไว้เยอะว่าจะเจอปัญหาและอุปสรรคเยอะมากๆ มันจะไม่สวยหรูเหมือนในจินตนาการเท่าไหร่ จริงๆ แล้วมันไม่ได้จะเจอ Host แย่ๆทุกคนหรอกค่ะ มันหลากหลายมากค่ะ เท่าที่สอบถามจากคนอื่นๆ ก็เจอต่างกันออกไปหลายรูปแบบ มีตั้งแต่ดีมากๆ จนถึงแย่มากๆ เลย แต่เดี๊ยนดวงซวยหน่อยค่ะ เจอแต่อะไรก็ไม่รู้ 😂 ถ้าสแกน Host ให้ดีตั้งแต่แรกก็มั่นใจได้ระดับนึงแล้ว แต่ยังไงก็ตาม ตอนเราคุยกับ Host กับตอนเจอตัวจริงก็มีไม่ตรงปกเยอะอยู่นะคะ จะเน้นเลยว่าต้องเช็ค Host ให้ดีๆ ถ้าคิดว่าพร้อมตามที่บอกไปแล้วก็มาเลยค่ะ มาผจญภัยไปด้วยกัน