บทสัมภาษณ์อาชีพ

เส้นทางสู่การเป็น Junior Software Engineer ที่บริษัทเทคโนโลยี

Junior Software Engineer • Junior Software Engineer
อ่าน 15 นาที
Software Engineer กำลังทำงานที่โต๊ะ

💻 เส้นทางการเป็น Junior Software Engineer

⚡ สรุปสั้นๆ สำหรับคนขี้เกียจอ่านยาว

👤 ผู้ให้สัมภาษณ์ Junior Software Engineer, ประสบการณ์ 3 ปี, เชียงใหม่
🎓 การศึกษา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.เชียงใหม่ (ไม่จำเป็นต้องตรงสาย แต่ถ้ามีพื้นฐานแบบตรงสายจะได้เปรียบกว่ามาก)
💰 เงินเดือน เริ่มต้น ~2x,xxx → ~3x,xxx บาท
🔮 อนาคต ยังต้องการอยู่ แต่ต้องปรับตัวกับ AI

เหมาะกับ: ชอบแก้ปัญหา • ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ • อดทนนั่งทำงานนานๆ ได้ • อ่านอังกฤษได้

ไม่เหมาะกับ: ไม่ชอบนั่งนานๆ • ยอมแพ้ง่าย • ไม่ชอบเรียนรู้ตลอด


จุดเริ่มต้นของการเป็นโปรแกรมเมอร์

สวัสดีครับ ปัจจุบันทำงานเป็น Software Engineer ที่บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ทำงานในวงการสายซอฟต์แวร์ตั้งแต่เรียนจบจนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 3 ปีแล้วครับ วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์และเส้นทางอาชีพให้น้องๆ ฟังครับ


🎯 ทำไมถึงเลือกอาชีพนี้?

เหตุผลที่เลือกอาชีพนี้เพราะว่า:

  1. ต้องเลือกอาชีพที่สามารถทำงานได้โดยใช้เวลาเรียนไม่เกิน 4 ปี เพราะหลังเรียนจบสี่ปี น้องจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยพอดี จึงต้องเริ่มทำงานเพื่อให้มีเงินส่งน้องเรียน
  2. ต้องเป็นอาชีพที่ได้เงินเยอะๆ ตั้งแต่เรียนจบ แต่ในระยะยาวไม่จำเป็นต้องเป็นอาชีพที่มั่นคงก็ได้
  3. เคยไปแข่งเขียนโปรแกรมสมัยเรียนอยู่มัธยม ทำให้พอจะรู้ตัวว่าเราก็ชอบสิ่งนี้อยู่เหมือนกัน
  4. ตอนมัธยมอยากทำงานที่ไม่ต้องลุยๆ มากเกินไป อยากนั่งทำงานในห้องแอร์ (แต่ตอนนี้อยากไปทำงานลุยๆ แล้วเพราะนั่งในออฟฟิศจนเบื่อจนเป็นออฟฟิศซินโดรมแล้ว 555)

อะไรคือสิ่งที่ยังทำให้อยากทำงานนี้อยู่?

การได้ทำงานแบบ WFH บางวัน และได้เงินเดือนเพียงพอกับค่าใช้จ่ายของตัวเองและเพียงพอจะส่งน้องเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ ถึงแม้จะไม่ใช่อาชีพที่ทำให้อยากตื่นมาทำในทุกๆวัน แต่โดยรวมก็ถือว่ายังทำต่อไปได้แบบไม่สุขหรือทุกข์มาก อยู่ตรงกลางๆ


🎓 การศึกษากับความเป็นจริง

เรียนจบจากที่ไหนมา?

เรียนจบจากสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครับ

จำเป็นต้องเรียนจบตรงสายไหม?

ไม่จำเป็น จริงๆ สามารถเรียนรู้เองได้ แต่...ถ้าเรียนในหลักสูตรที่มีอาจารย์คอยสอนจะดีกว่า เร็วกว่ามาก และพื้นฐานน่าจะดีกว่า ทำให้ตอนสมัครงานหรือทำงานจะไปต่อยอดได้ดีกว่า

ถ้าน้องๆ อยากทำงานนี้ควรเรียนคณะ สาขาอะไร?

ถ้าในไทยก็น่าจะต้องเรียน Computer Engineer หรือไม่ก็ Computer Science หรืออะไรที่มันเกี่ยวกับ Software ต้องดูที่หลักสูตรอีกทีว่าเขาสอนเรื่องอะไรบ้าง บางทีดูแค่ชื่อสาขาอาจจะไม่พอ เพราะตอนทำงานจริงค่อนข้างมีแขนงสาขาแยกย่อยอีกหลายอย่างที่เราต้องเลือกว่าจะไปเส้นทางไหน ไม่ใช่จบมาแล้วทำได้ทุกอย่างในวงการไอทีเลย ยกเว้นคนที่เขาทำงานมานานมีประสบการณ์หลายสิบปี

ความรู้ที่ได้เรียนมากับความรู้ที่ต้องใช้ในการทำงานจริงคิดว่าต่างกันมากแค่ไหน?

คิดว่าต่างกันในแง่ของระดับความลึกของความรู้ที่เรียน ตอนเรียนส่วนใหญ่เราจะได้เรียนลงลึกเพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปของเทคโนโลยีหรือการทำงานหรือหลักการของมัน แต่ตอนทำงานเราไม่ได้เอาความรู้มาใช้ได้ตรงๆ เราจะได้ใช้เทคโนโลยีซึ่งมันต่อยอดมาจากเรื่องที่เราเรียนอีกที แต่เราจะใช้มันและเข้าใจได้ดีกว่าคนที่ไม่มีพื้นฐานมาเลย แต่ก็มีหลายวิชาที่สอนการเอาเทคโนโลยีหรือความรุ้นั้นๆมาใช้จริงเลยก็มี ทำให้ตอนทำงานก็ใช้ความรู้ตรงๆจากที่เรียนมาได้เลย

ความรู้หรือทักษะที่ได้เรียนมาที่รู้สึกว่าได้เอามาใช้จริงในการทำงาน?

ก็มีอยู่หลายเรื่องนะ เช่น:

  • การออกแบบฐานข้อมูล (Database)
  • พื้นฐานเขียนโปรแกรม (โปรแกรมมันมีหลายประเภท แต่ความรู้ที่เราได้จะเป็นพื้นฐานที่สามารถทำให้เราไปต่อยอดเองได้ ถ้าเราสนใจโปรแกรมประเภทไหนก็ต้องศึกษาเองเพิ่มเติม อาจจะศึกษาไปพร้อมกับตอนเรียนก็ได้ถ้ารู้ตัวไว แต่ส่วนใหญ่จะไปเจอตอนฝึกงานหรือทำงานจริงมากกว่า พอถึงตอนนั้นเราค่อยเจาะลึกลงไปเพื่อให้เชี่ยวชาญโปรแกรมประเภทนั้นๆอีกที)
  • การเขียนโปรแกรมเพื่อสร้าง Web App (เพื่อนบางคนเลือกทำสาย Mobile App บางคนทำได้ทั้งคู่เลย แต่ส่วนตัวเราโฟกัสแค่ด้านเว็บแอป)

ความรู้หรือทักษะอะไรไหมที่พี่ไม่ได้เรียนในมหาลัย แต่พอมาทำงานจริงแล้วรู้สึกว่า 'รู้งี้เรียนมาก็ดี'?

การใช้ Microsoft Excel, Word 5555 มันก็ไม่ได้ใช้บ่อยเท่าไหร่ แต่ตอนใช้ทีก็วุ่นวายทีนึง

ถ้าย้อนกลับไปใช้ชีวิตในมหาลัยได้อีกครั้ง อยากกลับไปแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไรไหม?

อยากออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนในคณะหรือต่างคณะเยอะๆ เพราะจะได้มีคอนเน็คชั่น พอถึงเวลาทำงานถ้าเรามีปัญหาอะไรหรืออยากได้ความช่วยเหลือชีวิตน่าจะง่ายกว่านี้เยอะ เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยผมค่อนข้างเก็บตัว เลิกเรียนก็กลับหอเลย(ก็เหมือนเหนื่อยอ่ะ เรียนแต่ละวิชาก็ประมาณ 1.5 - 3 ชั่วโมง ตอนเรียนก็ต้องคิดตามคำพูดอาจารย์แล้วจดๆตลอด ไม่สามารถนั่งฟังเพลินๆเหมือนสมัยมัธยมได้ ไม่งั้นทำข้อสอบไม่ได้แน่ๆ 555) ไม่ค่อยเข้าสังคมข้างนอกเท่าไหร่มีแค่เพื่อนสนิทๆในสาขากับเพือนจากโรงเรียนเก่าเท่านั้น


🏢 ชีวิตการทำงานจริง

ชีวิตการทำงานในหนึ่งวันต้องทำอะไรบ้าง?

โดยส่วนใหญ่แล้ววันทำงานปกติก็ตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัวแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปทำงานประมาณ 8 โมงเช้ากว่าๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีก็ขับไปถึงที่ทำงานประมาณ 9 โมงนิดๆ (แต่ถ้าวันไหนได้ WFH ก็ตัดเรื่องอาบน้ำแต่งตัวและการเดินทางออกไปได้เลย ตื่นมาก็ลุกไปนั่งหน้าจอคอมแล้วเริ่มทำงานเลย) แล้วก็เช็ค calendar ว่าในวันนั้นมีประชุมตอนไหนบ้าง ต้องเตรียมอะไรก่อนเข้าประชุม แล้วก็ลิสต์รายการว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง มีบั๊กที่ Tester ส่งมาให้มั้ย มี feature ไหนที่ต้องเขียนโค้ดเพิ่มเติมต่อให้เสร็จ ซึ่งงานส่วนใหญ่ก็จะมาตอนที่เราประชุมนั่นแหละว่าเราจะได้รับมอบหมายให้ทำอะไรบ้าง ถ้าไม่มีประชุมก็จะเอาเวลาที่เหลือไปนั่งทำงานพวกนั้นแหละให้เสร็จ วันถัดไปก็วนๆ ประมาณนี้

สังคมในที่ทำงานเป็นยังไงบ้าง?

โดยรวมแล้วก็โอเคครับ ไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ดีมากเหมือนสมัยเรียน เพราะมันเป็นที่ทำงานอะเนาะ ไม่ได้เป็นที่ที่ทุกคนรวมตัวมาเพื่อเล่นด้วยกันเหมือนตอนเราเรียน 5555 คนในทีมส่วนใหญ่เป็นกันเองดี ช่วยเหลือกันได้ดี ถ้ามีปัญหาอะไรก็สามารถถามพี่ในทีมได้ เขาจะช่วยแนะนำให้ ไม่รู้สึกกดดันหรือแข่งขันกันมากเกินไป บรรยากาศค่อนข้างชิลล์ แต่ตอนมีเดดไลน์ใกล้ก็จะตึงเครียดกันหน่อย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี บริษัทก็มีกิจกรรมสังสรรค์กันบ้างเป็นครั้งคราว ทำให้รู้จักคนในทีมอื่นๆ ได้ด้วย โดยรวมแล้วก็เป็นสภาพแวดล้อมที่ทำงานได้สบายใจ ไม่ toxic

อะไรคือเรื่องที่โคตรเหนื่อยสำหรับงานนี้?

เรื่องที่เหนื่อยที่สุดคือตอนที่ต้องเข้าไปทำงานในโปรเจกต์ที่เราไม่ได้ทำมาตั้งแต่ตอนต้น ทำให้ต้องเริ่มทำความเข้าใจที่มาที่ไปของโปรเจกต์ตั้งแต่ต้นแล้วค่อยเข้ามาดูโค้ด แล้วถึงจะสามารถแก้ไขบั๊กหรือเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ต่อได้ มันจะไม่เหมือนโปรเจกต์ที่เราได้อยู่มาตั้งแต่ตอนเริ่มโปรเจกต์เพราะเราจะเข้าใจตั้งแต่ต้นว่ามันเป็นยังไง ตอนทำงานมันก็ต่อยอดไปได้เรื่อยๆ เลย

เงินเดือนคุ้มค่ากับความเหนื่อยไหม?

คิดว่าคุ้มอยู่นะครับ เงินเดือนสายนี้ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยเด็กจบใหม่นิดหน่อย(ที่เชียงใหม่) ช่วงเริ่มต้นตอนเรียนจบใหม่ๆ ผมได้ประมาณ 2x,xxx บาท หลังจากทำงานมา 3 ปีตอนนี้ก็ได้ประมาณ 3 ~ 4x,xxx บาท ซึ่งเพียงพอกับค่าใช้จ่ายของตัวเองและยังส่งเงินให้น้องเรียนได้ด้วย แถมยังเก็บออมได้อีกเล็กน้อย ถ้าเทียบกับความเหนื่อยก็พอคุ้มอยู่นะ แต่ตอนเรียนแอบคาดหวังไว้ว่าจะได้มากกว่านี้ (เพราะโลกความจริงไม่เหมือนอย่างที่คิดใช่มั้ยละจ่า 😂)

ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บ่อยแค่ไหน?

บ่อยมากเลยครับ โลกเทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก แทบจะทุกเดือนมี Framework ใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมา ถ้าเราไม่เรียนรู้ตามก็จะตกยุคไป บางทีก็ต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่เพื่อเอามาใช้ในโปรเจกต์ที่ทำอยู่ บางทีก็เรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง คนที่ไม่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อาจจะลำบากในสายงานนี้ แต่ถ้าชอบเรียนรู้ก็จะสนุกดีครับ


🧩 คนแบบไหนที่เหมาะ/ไม่เหมาะ?

✅ เหมาะกับ

  • คนที่ชอบแก้ปัญหา ชอบคิดวิเคราะห์ อดทนและมีสมาธิดี เพราะบางทีต้องนั่งแก้ปัญหาเดียวกันทั้งวัน
  • คนที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ไม่เบื่อกับการอัพเดทความรู้
  • คนที่มีความละเอียดรอบคอบ เพราะการเขียนโค้ดต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย ผิดแค่ตัวเดียวโปรแกรมก็อาจจะไม่ทำงาน
  • คนที่ชอบทำงานเป็นทีม สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ดี เพราะต้องทำงานร่วมกับหลายคนหลายแผนก
  • คนที่พอจะมีทักษะภาษาอังกฤษพอสมควร เพราะเอกสารส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ

❌ ไม่เหมาะกับ

  • คนที่ไม่ชอบนั่งทำงานนานๆ ชอบลุยๆ ชอบทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมากๆ งานนี้ส่วนใหญ่ต้องนั่งเขียนโค้ดทั้งวันอาจจะไม่เหมาะ
  • คนที่อดทนต่ำ ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้สักพักก็หงุดหงิดหรือยอมแพ้ง่ายๆ งานนี้อาจจะลำบาก
  • คนที่ไม่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ถ้าหยุดเรียนรู้ความรู้จะตกยุคเร็วมาก
  • คนที่ไม่ชอบคิดวิเคราะห์ ไม่ชอบใช้ตรรกะ
  • คนที่ทำงานได้ดีเฉพาะตอนมีคนคอยบอกทุกขั้นตอน ไม่สามารถทำงานอิสระหรือหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้
  • คนที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ได้เลยก็อาจจะลำบาก

🔮 อนาคตและเป้าหมาย

คิดว่าในอนาคต 5-10 ปี อาชีพนี้จะยังเป็นที่ต้องการไหม? มีแนวโน้มอย่างไร?

คิดว่ายังเป็นที่ต้องการอยู่ครับ แต่อาจจะลดน้อยลงกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะก่อนหน้านี้เหมือนทุกบริษัทกำลังให้ความสนใจเทคโนโลยีเว็บกับโมบายล์แอปกันอย่างมาก เพราะโลกยิ่งดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างต้องการซอฟต์แวร์ ต้องการระบบ แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ แต่หลังจากนั้นก็เป็นช่วงขาลง และมี AI ออกมาพอดี แม้ว่า AI จะเข้ามาช่วยเขียนโค้ดได้แล้ว แต่มันก็ยังต้องมีคนที่เข้าใจการทำงาน สามารถออกแบบระบบ แก้ไขปัญหา และควบคุม AI ได้

แต่ลักษณะงานอาจจะเปลี่ยนไป จากการเขียนโค้ดทั้งหมดอาจจะกลายเป็นการออกแบบ วางแผน ควบคุม และตรวจสอบงานของ AI มากขึ้น และตลาดจะต้องการ engineer ที่มีความรู้ลึกมากขึ้น เพราะงานง่ายๆ ที่เดิมทีเด็กจบใหม่คอยช่วยทำ ตอนนี้ AI ทำแทนได้แล้ว อาจจะทำให้เด็กจบใหม่หางานยากขึ้นนิดนึงและรายได้ไม่เยอะเท่าช่วงที่บูมๆ เหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมา


💌 ข้อความถึงน้องๆ

มีอะไรอยากบอกคนที่กำลังคิดจะเข้ามาทำอาชีพนี้ไหม?

ถ้าน้องๆ สนใจอยากเข้ามาในสายนี้ก็ลองศึกษาดูก่อนว่าชอบจริงๆ ไหม ลองหาคอร์สออนไลน์ฟรีๆ มาลองเขียนโค้ดดู ถ้ารู้สึกสนุกกับมันก็เข้ามาได้เลย แต่ถ้ารู้สึกว่ามันน่าเบื่อหรือไม่ชอบก็อย่าฝืน เพราะงานนี้ต้องเขียนโค้ดแทบทุกวัน ถ้าไม่ชอบจริงๆ ก็จะทรมานทำงานทุกวัน

อีกอย่างคือต้องเตรียมใจที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไวมาก ถ้าไม่อัพเดทตัวเองก็จะตกยุค

และอย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะ เพราะงานนี้ต้องนั่งทำงานนานๆ ออกกำลังกายบ้าง ยืดเหยียดบ้าง พักสายตาบ้าง ไม่งั้นจะเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมแบบผมแน่นอน 555

ส่วนเรื่องเงินเดือนก็ดีนะ อยู่โซนกลางๆค่อนไปทางด้านบนถ้าเทียบกับงานอื่นๆ แต่อย่าคาดหวังว่าจะรวยเร็วจากงานนี้ ต้องสะสมประสบการณ์และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ

ถ้ามีโอกาสก็หาประสบการณ์เพิ่มจากการทำงานพาร์ทไทม์ ฝึกงาน หรือทำโปรเจกต์ส่วนตัว จะช่วยให้ตอนจบมาหางานได้ง่ายขึ้นมาก

และที่สำคัญ...

"เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต การทำงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด เพราะชีวิตยังมีอีกหลายมิติที่รอให้เราเติมเต็ม"

สู้ๆ นะครับ! 💪

แชร์บทสัมภาษณ์นี้